Clannad

2007/Dec/13

มาเขียนถึงตอนนี้ช้ากว่าปกติไปหน่อย จะขอลองเปลี่ยนรูปแบบจากที่เขียนถึงแทบทุกซีนเหมือนที่เขียนในตอนแรกๆ เป็นเขียนเฉพาะส่วนที่ผมชอบและอยากเล่าถึงดีกว่า

 

ตอนนี้บทหลักได้กลายเป็นของ อิซิโนเซะ โคโตมิแล้ว และเมื่อดูไปสักครึ่งตอน ก็ทำให้ผมรู้สึกว่าโคโตมิ น่าจะเป็นตัวละครหญิงที่สวยที่สุดในเรื่องนี้ คิกขุ โนเนะ และน่ารัก

 

ฉากที่ผมชอบเริ่มขึ้นที่การฉายไปถึงภาพชีวิตประจำวันของตัวละคร คนละเล็กละน้อย ในวันที่ไม่มีฟูโกะอีกต่อไปแล้ว โทโมยะเดินมาโรงเรียน และระหว่างทางก็พบว่านากิสะยืนรออยู่ แล้วทั้งคู่ก็เดินไปโรงเรียนด้วยกัน และพูดคุยเรื่องหาสมาชิกเข้าชมรมต่อ โดยโทโมยะคิดจะชักชวนสาวคนหนึ่งเข้าชมรม สาวคนนั้นก็คือโคโตมินั่นเอง ทันใดนั้นเองเคียวก็บึ่งมอเตอร์ไซค์มาชนโทโมยะ แม้ว่าโทโมยะจะโดนชนเข้าอย่างจัง แต่กลับรีบถามนากิสะอย่างเป็นห่วงเป็นใยว่า เธอไม่เป็นไรนะ มันทำให้เคียวสงสัยว่าทั้งสองสนิทกันแค่ไหน และการที่โทโมยะเรียกนากิสะด้วยชื่อ (แสดงถึงความสนิทมากระดับหนึ่ง) ทำให้เขาสงสัยว่า เขานั้นเริ่มเรียกนากิสะด้วยชื่อตั้งแต่เมื่อไหร่ อย่างไรก็ตามเขาและเธอก็ไม่อาจจำบุคคลสำคัญคนหนึ่งได้

 

 

Episode 10 :  Genius Girl's Challenge

ตอนที่ 10 : การพบปะของสาวอัจฉริยะ

 

ในวันนั้นโทโมยะก็ได้ไปชักชวนโคโตมิ ให้มาสมัครเข้าชมรมของนากิสะ และเมื่อโคโตมิมาพบกับนากินะ ฉากนี้ก็ทำให้เราได้รู้ว่าโคโตมิมีปัญหานิดหน่อยในการพูดคุยสนทนากับผู้คน ซึ่งก็น่าจะเพราะเธอสนใจแต่อ่านหนังสือ จึงไม่ค่อยได้พูดคุย พบปะกับคนอื่นๆ เท่าไรนัก อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าโคโตมิพร้อมที่จะเข้าร่วมชมรมการแสดงแม้ว่าจะมีปัญหาอยู่เล็กน้อยก็ตาม โอ๊ะ และสำหรับเย็นวันแรกที่โคโตมิ ไม่ปฏิเสธการเข้าร่วมชมรม ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไร แต่โทโมยะบอกนากิสะว่าจะขอเดินกลับบ้านไปกับโคโตมิ คาดว่าคงเป็นเพราะตอนนี้เป็นตอนของโคโตมิกระมัง เมื่อพูดคุยกันได้พักหนึ่งโคโตมิก็บอกโทโมยะว่า อยากจะไปแวะที่สถานที่แห่งหนึ่ง แน่นอนกับบทเด็กเรียน สถานที่นั้น ถ้าไม่ใช่ห้องสมุด ก็ต้องเป็นร้านหนังสือ และเมื่อตอนอยู่โรงเรียนโคโตมิอยู่ในห้องสมุดแทบทั้งวันแล้ว ตัวเลือกจึงเหลือเพียงแค่ร้านหนังสือ มีโอกาสเป็นที่อื่นบ้างไหมนี่? ผมชอบภาพดวงตาโคโตมิเวลาจดจ่อกับหนังสือจัง มันดูป๊องแป๋วอย่างบอกไม่ถูก ขณะกลับจากร้านหนังสือ โทโมยะก็ตัดสินใจว่าน่าจะให้โคโตมิได้พูดคุย พบปะกับผู้คนให้มากหน่อยนะ เพราะการปิดตัวเอง ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมันไม่ค่อยดี ใช่ไหมล่ะ

 

วันถัดมา คนแรกที่โทโมยะพาโคโตมิไปพบก็คือเคียว โคโตมิแนะนำตัวด้วยอาการเงอะงะเช่นเคย และเมื่อโทโมยะพูดทำนองขอให้เคียวรับโคโตมิเป็นเพื่อน เคียวก็ตอบทำนองกึ่งปฏิเสธว่าเพื่อนน่ะไม่ใช่ว่าขอแล้วเป็นกันได้เลยหรอกนะ มันจะต้องเป็นการสร้างความสัมพันธ์ขึ้นมา ว่าแล้วเคียวก็สงสัยว่าโทโมยะมายุ่งเกี่ยว (ช่วยเหลือ) โคโตมิในเรื่องนี้ทำไม สักพักเคียวก็พูดประโยคน่าสงสัยประโยคหนึ่งขึ้นมา ว่ามีคู่แข่งเพิ่มมาอีกคนแล้วเหรอเนี่ย? โอ๊ะ คู่แข่งอะไรกันนะ อย่างไรก็ดี ก่อนเคียวจะเดินจากไป เธอก็แนะนำตัวเอง ให้กับโคโตมิก่อน เมื่อโทโมยะพบว่าโคโตมิมีปัญหาในการทำความรู้จักกับคนอื่น จึงคิดหาวิธีการและให้คำแนะนำกับโคโตมิ จากนั้นโทโมยะก็พาโคโตมิไปพบเรียว ซึ่งรายนี้เริ่มต้นก็สงสัยก่อนเลย ว่าโทโมยะกับโคโตมิมีความสัมพันธ์ยังไงกัน เมื่อโทโมยะบอกว่าเราเป็นเหมือนคู่หูกันแม้ฝ่ายหนึ่งจะเป็นเด็กเกอีกฝ่ายจะเป็นเด็กอัจฯ เมื่อได้ยินดังนั้นเรียวก็หน้าเป๋อไปพักนึง เรื่องนี้สีหน้าและอารมณ์ตัวละครมันอ่านได้ง่ายๆ ตรงๆ ดีจังไม่ว่าจะนากิสะ เรียว โทโมโย ฯลฯ เรียวเสนอจะดูดวงจากไพ่ให้โคโตมิ ซึ่งผลจากไพ่ออกมาว่า โคโตมินั้น คงจะหาเพื่อนไม่ได้หรอก...  (ดูรูปล่างขวาประกอบ) อย่างไรก็ตามเรียวยินดีจะเป็นเพื่อนกับโคโตมิ

 

 

เหยื่อรายต่อไปเป็นการบังเอิญไปเจอ คนในชุดหมี ซึ่งจากตอนก่อนๆ คุณสามารถรู้ได้ว่าเธอคือใคร อย่างไรก็ดี ในตอนนี้เธอไม่ได้ถอดหน้ากากหมีออกเลย แต่ยังคงไว้ซึ่งท่าเตะโยเฮจนกระเด็นเหมือนเช่นเคย หมีโทโมโยยินดีจะเป็นเพื่อนกับโคโตมิ มันทำให้โคโตมิดีใจมาก และกอดน้องหมีไว้แน่นเชียว

 

ฉากน่าสนใจต่อมาก็คือการรวมตัวกันห้าคน โทโมยะ เรียว เคียว นากิสะ และโคโตมิในห้องชมรมการแสดง รอบนี้บทรับลูกเตะของเคียวไม่ใช่ของโยเฮ แต่กลับเป็นของโทโมยะแทน โทโมยะพยายามจะชวนเคียวเข้าชมรมอีกรอบ แต่เคียวก็ยังปฏิเสธอยู่ดี อย่างไรก็ตามอีกพักหนึ่งเรียวก็ขอเข้าร่วมชมรมด้วย ณ บัดนี้จึงได้สมาชิกชมรมสามคนแล้ว คือนากิสะ เรียวและโคโตมิ เคียวพูดว่าที่สุดทีมพิลึกๆ ก็เกิดขึ้นจนได้ โทโมยะพูดว่าเคียวก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้นเช่นกันนะ คราวนี้เคียวไม่ปฏิเสธ ผมไม่แน่ใจว่านี่หมายความว่าเคียวยอมเข้าชมรมแล้วหรือเปล่า และทันใดที่มีเสียงไวโอลินดังขึ้นมา โคโตมิก็เดินตามเสียงไวโอลินไปยังห้องชมรมดนตรีทันที และเมื่อสมาชิกชมรมดนตรียื่นไวโอลินให้โคโตมิเล่น ผมก็เดาผิดอย่างรุนแรง เพราะผมเดาว่าเธอน่าจะเล่นไวโอลินได้เทพมากๆ แต่กลับกลายเป็นว่า...

 

 

-ตอนที่ 10 จบ-

2007/Dec/03

น่ารัก...

นี่คือคำจำกัดความสำหรับตอนนี้ของผม

ถ้าพูดถึงรสชาติของความสนุกสนาน เฮฮา มีอยู่สองตอนก่อนหน้านี้ที่ผมคิดว่ามันสนุกกว่า

แต่สำหรับตอนนี้ ผมให้คะแนนตอนนี้มากที่สุดใน 9 ตอนที่ผ่านมา

อาจเพราะผมชอบบรรยากาศจากตอนนี้

 

...คนเราจะมีชีวิตอยู่ได้สักกี่ปี เราเกิดมาเพื่ออะไร และชีวิตต้องพบกับอะไรบ้าง

..ทำไมฉันถึงได้พบกับเธอ ทำไมผมถึงบังเอิญเป็นเพื่อนกับคุณ และหากวันหนึ่งวันใด คนหนึ่งคนใดต้องจากไป.

.มันอาจจะต้องเศร้า หากแต่ มันก็มีอะไรบางอย่าง ที่สวยงามอยู่ ในความทรงจำ ในความสัมพันธ์..

เก็บสิ่งดีๆ ไว้้ เก็บความทรงจำอันแสนหวานไว้ แล้วคุณก็จะยิ้มได้เสมอ...

 

 

Episode 9 : Until the Very End of the Dream

ตอนที่ 9 : กระทั่ง ณ จุดสิ้นสุดแห่งความฝัน

 

ความทรงจำ ในคืนที่เราสามคนเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน :

ฟูโกะน้องสาวคนเล็กในครอบครัว ถึงเธอจะทำตัวเหมือนเด็ก ที่อดใจไม่ไหวยามมีของเล่นที่ต้องใจวางอยู่เบื้องหน้า จะต้องแกะกล่องออกมาเล่นให้ได้ แต่เธอก็มีคำแนะนำบางคำที่มีความเป็นผู้ใหญ่เพียงพอให้แก่พี่ชายและพี่สาวของเธอ ในค่ำคืนนี้เราได้ยินเสียงหัวเราะอันสดใสของฟูโกะ และสุดท้ายทั้งสามก็นั่งแอบอิงผิงกำแพงห้องหลับไป

 

 

ความทรงจำที่หายไป

บางครั้งยามว่าง คุณเคยใช้เวลาว่างๆ นึกถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาในอดีตบ้างไหม คุณเคยรู้สึกไหม ว่าตัวคุณเคยผ่านเรื่องราวบางอย่าง เคยรู้จักกับใครบางคน ซึ่งมันสำคัญต่อคุณ แต่ว่าอาจเพราะเวลาที่ผ่านมานาน หรือเพราะชีวิตได้พบเจอเรื่องราวมากมาย ทำให้คุณลืมเลือนมันไป บางครั้งผมก็เคยนึกถึงเพื่อนเก่าที่สนิท แต่เพราะตอนนั้นยังเด็กจึงไม่ได้บันทึกเบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้ จึงไม่อาจติดต่อกับเพื่อนเก่าคนนั้นได้อีกต่อไป จะอย่างไรก็ตาม ความทรงจำช่วงที่ดีๆ เหล่านั้น มันก็ยังอยู่ในใจมาเนิ่นนาน ยิ้มได้ไหม? ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ดังนั้นการที่เรายังจำมันได้ ก็ดีกว่าจำไม่ได้จริงไหม ช่วงเวลาที่ดี ช่วงเวลาที่เศร้า จะอย่างไรมันก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

 

 

ความทรงจำสุดท้าย : งานแต่งงานของพี่สาว

...กำมือกันไว้ พวกเราสนิทกัน...

และแล้วงานแต่งงานก็มีนักเรียนมาร่วมพิธีมากมาย ที่สุดแล้วพวกเขาก็หาได้ลืมเลือนเรื่องนี้โดยสิ้นเชิงไม่ ทุกคนเมื่อได้เห็นปลาดาวไม้ในตอนเช้าวันนั้น ต่างก็จำได้ถึงงานแต่งงานในวันนี้ ความรู้สึกของฟูโกะนั้น สื่อถึงผู้ที่ได้รับปลาดาวไม้ไปได้ สำเร็จแล้วนะ...

...ยินดีด้วยนะฟูโกะ... 

...ขอบคุณมากนะคะ ฟูโกะสนุกกับเวลาที่ผ่านมา กับพี่นากิสะ กับพี่โทโมยะมากเลย ขอบคุณค่ะ...

 

 

The place changes and goes, Like a wind , Like clouds,

สรรพสิ่งล้วนมีเปลี่ยนแปลง มีจากลา เหมือนดั่งสายลม ประหนึ่งมวลเมฆา,

 

Like the traces of hearth, no halt at the places.

ชีวิตคนเราก็เช่นกัน ไม่อาจหยุดนิ่งอยู่ที่หนึ่งที่ใดตลอดไปได้.

 

The place is so far away be far apart.

(ไม่เข้าใจ เดา ->) สักวันคงต้องจากไปแสนไกล.

 

People's hand does not reach, so merely has the worship.

ยามเมื่อเราไม่อาจเอื้อมถึงได้ จึงทำได้แค่เพียงระลึกถึง.

 

The place is a lofty lord, can't meet nobody put on.

(ไม่เข้าใจ และไม่เดา) 

 

We will lose the place, so lofty which changes.

เราจะต้องสูญเสียทุกสิ่งไป เพราะความเปลี่ยนแปลง.

 

Not all we desired. However, we're never sad.

ถึงเราจะไม่ต้องการให้มันเป็นแบบนั้น. แต่เราก็ไม่เคยเสียใจ.

 

 

-ตอนที่ 9 จบ-

2007/Nov/30

ก็บังเอิญไปเจอมาอ่ะนะครับ manga ตัวนี้ก็ประมาณว่าเป็น manga ล้อ clannad เอาตัวละครจาก clannad มาแต่ง ซึ่งไม่ได้ spoil ทั้งเกม และทั้ง anime เลยครับ เหมือนการ์ตูนล้อที่พบได้ทั่วๆ ไป เล่มนี้แต่งโดยนักวาดการ์ตูน 15 คน คนนึงวาด 4 หน้าก็มี บางคนวาด 20 หน้า รวมทั้งเล่มก็ร้อยกว่าหน้า แต่ที่ผมเจอมานี่เป็นแปลเป็นอังกฤษแล้ว 20 หน้าแรกครับ แปลโดยทีมงาน #musashiquality @irc.irchighway.net ครับ อยากได้ url ใช่ไหมครับ นี่เลยครับ > http://musashi.nyaatorrents.org/?cat=12

 

รูปหน้าปก :

 

 

รูปสีตัวอย่าง : 

 

 

ตอนตัวอย่าง :

 

ตอนซ้าย : เพื่อนรัก

โคโตมิ : หนังสือเป็นเพื่อนของฉันล่ะ

โทโมยะ : แต่เวลาที่เธอต้องการความช่วยเหลือ บางทีหนังสือก็ช่วยเธอไม่ได้นะ

โคโตมิ : นั่นไม่จริ...

(แมลงสาปกำลังวิ่งมา) 

ป๊าบ (ฟาดด้วยหนังสือ)

โคโตมิ : เธอช่วยฉันนะ

โทโมยะ : เพื่อนช่างสำคัญ...หือม์?

 

ตอนขวา : ถอดง่าย

โทโมยะ : ทรงผมของเธอน่ะทำให้เธอดูเป็นเด็กจริงๆ

โทโมยะ : ทำไมไม่ลองเปลี่ยนทรงผมบ้างล่ะ ?

โคโตมิ : ก็ได้

(โคโตมิในผมทรงประหลาด)

โคโตมิ : ฉันยืมมันมาจากนากิสะน่ะ

โทโมยะคิด : มันส่วนนั้นนี่!

 

ครับ ตอนนี้รู้สึกทีมนี้แปลออกมาแค่ 20 หน้าเอง ก็โหลดได้โดยตรงจาก url ที่ผมบอกไปทีแรกเลยนะครับ ภาษาอังกฤษแปลง่ายๆ ครับ (แต่ถ้ายังแปลเองไม่ได้ก็บอกนะ จะแปลให้) ดูขำๆ กับภาพน่ารักๆ นะครับ